OMU Menu
Lifestyle

ชิม 5 เมนูข้าวห่อไข่สไตล์ญี่ปุ่นจาก OMU Menu ที่ลองแล้วต้องติดใจ

หากพูดถึงร้านข้าวห่อไข่ที่ได้รับความนิยมมากในบ้านเรา เชื่อว่าต้องมีชื่อของ OMU อยู่ในลิสต์ของใครหลายคน โดยร้านนี้เป็นร้านที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 โดย OMU Menu ที่ขึ้นชื่อแน่นอนว่าคือข้าวห่อไข่ ซึ่งไม่ใช่เพียงข้าวห่อไข่ธรรมดา ๆ เพราะเป็นข้าวห่อไข่สไตล์ญี่ปุ่นที่ผ่านกรรมวิธีพิถีพิถัน จนออกมาเป็นข้าวห่อไข่ที่ลงตัวทั้งหน้าตาและรสชาติ  และสำหรับใครที่ชื่นชอบอาหารสไตล์นี้ ลองมาดู 5 เมนูที่ไม่ควรพลาดของ OMU เห็นแล้วต้องรีบสั่งแน่นอน 1. ข้าวห่อไข่หน้าหมูชาบูราดซอสแกงกะหรี่ เมนูนี้ขอเอาใจคนที่ชื่นชอบรสชาติเผ็ดร้อนของซอสแกงกะหรี่ ที่บอกเลยว่าเข้มข้นมาก ๆ และยังมาพร้อมรสชาติกลมกล่อมสมคำร่ำลือ และนอกจากซอสแกงกะหรี่แล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์ของเมนูนี้คือหมูชาบูเนื้อนุ่มละมุนลิ้น จัดมาให้ชิ้นใหญ่เต็มคำ ทำให้ฟินกันเป็นแถว 2. ข้าวห่อไข่ราดซอสกะเพรา แม้จะเป็นร้านอาหารที่ครีเอทหลากหลายเมนูสไตล์ญี่ปุ่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากเอาใจคนไทยด้วยข้าวห่อไข่รสชาติจัดจ้านสไตล์คนไทย นั่นคือ ข้าวห่อไข่ราดซอสกะเพรา ซึ่งแน่นอนว่าจุดเด่นคือการเป็นข้าวห่อไข่ที่นุ่มละมุนลิ้น โดยมีไฮไลท์คือซอสกะเพรารสชาติเข้มข้นที่ถูกตกแต่งด้วยใบกะเพราะและพริกสดด้านบน เพิ่มความน่ารับประทานแบบคูณสอง 3. ข้าวห่อไข่หน้าแซลมอนย่าง ผักโขม และข้าวโพดราดครีมซอส มากันที่เมนูชิล ๆ ที่ไม่เน้นความจัดจ้านกันบ้าง โดยนี่คือเมนูยอดนิยมที่ต้องสั่ง รับประกันว่าจะฟินกับแซลมอนเนื้อแน่น เพราะคัดสรรเฉพาะแซลมอนเกรดพรีเมียม ยิ่งเมื่อทานกับครีมซอสสูตรเฉพาะของร้านยิ่งเข้ากัน และปิดท้ายความฟินด้วยผักโขมและข้าวโพดสดใหม่ สำหรับเมนูนี้ใครกลัวว่าเลี่ยนบอกเลยว่าหมดห่วง เพราะทางร้านปรุงรสมาอย่างกลมกล่อม ทำให้ทานมาก ๆ…

Lifestyle

ประกันภัยรถจ่ายทุกปีแต่ไม่เคยเคลม คุ้มหรือเปล่านะ? แล้วทำไมเราต้องจ่ายต่อไปด้วย

หลายคนเป็นคนที่ตั้งสติและยึดคติไม่ประมาทเสมอในการขับรถทุกครั้ง นั่นทำให้เป็นคนที่ขับได้ดีไม่เคยขับไปเฉี่ยวใครหรือชนใครเลย ซึ่งถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ขับรถดีมีวินัย ไม่เคยต้องหนักใจเรื่องเคลมประกัน คุณคงเกิดคำถามในใจว่าที่ทำประกันภัยรถภาคสมัครใจไป และต้องเสียค่าใช้จ่ายต่อเนื่องทุกปี แบบนี้จะคุ้มหรือเปล่านะ เพราะถ้าไม่ทำต่อก็จะประหยัดเงินไปได้เยอะ แต่ครั้งนี้เราจะมาบอกคุณว่าทำไมคุณควรทำประกันต่อไป แม้จะไม่เคยเคลมเลยก็ตาม อุบัติเหตุบางครั้งไม่เกิดขึ้นเพราะตัวเรา การขับขี่กับอุบัติเหตุนั้นเป็นสิ่งที่จะมาเป็นคู่ขนานกันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เพียงแค่ถ้าวันหนึ่งเราโชคไม่ดี 2 เรื่องนี้ก็จะมาบรรจบกัน กลายเป็นความเสียหายที่เราต้องหนักใจ การเกิดขึ้นของอุบัติเหตุในการขับขี่นั้นเกิดขึ้นได้ 2 ทาง คือ เราเป็นสาเหตุ อาจจะเพราะเราประมาทพลาดพลั้งหรือขาดสติ คนอื่นเป็นสาเหตุ ก็เช่นกันอาจเพราะอีกฝ่ายประมาทพลาดพลั้งหรือขาดสติ หากเรามั่นใจว่าเราขับรถดีแน่นอน กรณีแรกก็ตัดไปได้ แต่กรณีที่ 2 นั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมบังคับไม่ให้เกิดขึ้นได้ นั่นหมายความว่าโอกาสที่ผู้อื่นจะมาชนเราก็เป็นไปได้เสมอ และในเมื่ออีกฝ่ายมาชนเรา ถ้าเราไม่มีประกันภัยรถเอาไว้ เราก็จะไม่ได้ค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อม ดังนั้น แม้เราจะขับรถไม่ประมาทก็ไม่ได้แปลว่า จะรอดจากอุบัติเหตุได้เสมอไป อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นจากผู้อื่นก็ได้ ค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อม เป็นความคุ้มค่าของการทำประกันภัยรถ หากเกิดกรณีที่กล่าวข้างตน คือ เขามาชนเรา เราเป็นฝ่ายถูก รถอีกคันเป็นฝ่ายผิด ถ้าเรามีประกันภัยรถ เราก็จะได้รับค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อม ซึ่งนั่นก็คือ ค่าสินไหมที่เราจะได้รับจากบริษัทประกันกรณีที่เราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด หลายคนเข้าใจว่าการทำประกันรถแบบภาคสมัครใจนั้นจำเป็นต้องทำไว้ในกรณีที่เราจะขับไปชน หรือเราเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสียหายเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรณีที่เราไม่ผิด เขาขับมาชนเรา เราก็สามารถขอเคลมเป็นค่าสินไหมชดเชยที่เรียกว่าค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมนี้ได้ เพราะถ้าไม่ขอเคลมเราจะต้องออกเงินค่าซ่อมเองไปก่อนระหว่างรอบริษัทประกันของคู่กรณีมาจ่ายให้เรา…